รู้ไว้ก่อนตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์

 

การทำประกันชีวิตเป็นการวางแผนทางการเงินระยะยาว แต่ในบางช่วงของชีวิต เราอาจประสบปัญหารายได้ลดลง มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จนทำให้การชำระเบี้ยประกันเป็นเรื่องที่หนักเกินไป

ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องยกเลิกกรมธรรม์ทันที เพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตส่วนใหญ่มีทางเลือกหลายรูปแบบที่จะช่วยให้คุณสามารถบริหารภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม

1. ชำระเบี้ยภายในระยะเวลาผ่อนผัน (Grace Period)

หากยังไม่สามารถชำระเบี้ยได้ตรงกำหนด บริษัทประกันจะให้ระยะเวลาผ่อนผันในการชำระเบี้ย (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

ข้อดี

  • ความคุ้มครองยังคงมีผลในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน
  • ไม่ต้องทำเรื่องขอคืนสภาพกรมธรรม์
  • มีเวลาในการจัดการสภาพคล่องทางการเงิน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีรายได้ล่าช้า
  • รอเงินเดือน โบนัส หรือเงินก้อนเข้าบัญชี

 


 

2. ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

หากการชำระรายปีเป็นภาระหนักเกินไป อาจเปลี่ยนเป็นการชำระรายครึ่งปี รายไตรมาส หรือรายเดือน (ตามเงื่อนไขของแบบประกัน)

ข้อดี

  • ลดภาระการจ่ายเงินก้อนใหญ่
  • วางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยให้กรมธรรม์ยังมีผลบังคับต่อเนื่อง

เหมาะสำหรับ

  • พนักงานประจำ
  • ฟรีแลนซ์
  • เจ้าของกิจการที่ต้องการบริหารสภาพคล่อง

 

3. ลดจำนวนเงินเอาประกัน

หากเบี้ยประกันสูงเกินกำลัง สามารถขอลดทุนประกัน เพื่อให้เบี้ยประกันลดลง

ข้อดี

  • เบี้ยประกันลดลงทันที
  • ยังคงมีความคุ้มครอง แม้อาจลดลงจากเดิม
  • ดีกว่าปล่อยให้กรมธรรม์ขาดอายุ

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีรายได้ลดลงชั่วคราว
  • ผู้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว

 

4. เปลี่ยนแบบประกัน

บางกรณีสามารถเปลี่ยนไปใช้แบบประกันที่เหมาะกับฐานะทางการเงินในปัจจุบัน เช่น เปลี่ยนเป็นแบบที่เบี้ยต่ำลง หรือเน้นความคุ้มครองที่จำเป็น

ข้อดี

  • ปรับแผนประกันให้เหมาะกับช่วงชีวิต
  • ลดภาระเบี้ยประกัน
  • ยังคงมีการวางแผนความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้
  • ผู้ที่ต้องการปรับเป้าหมายทางการเงิน

 


 

5. ใช้สิทธิจากมูลค่าในกรมธรรม์

หากกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสด อาจสามารถใช้สิทธิตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น

• เวนคืนกรมธรรม์ (Surrender Value)

ยกเลิกกรมธรรม์และรับมูลค่าเวนคืนที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ข้อควรพิจารณา

  • ความคุ้มครองสิ้นสุดลง
  • อาจได้รับเงินน้อยกว่าเบี้ยที่เคยชำระในช่วงแรกของสัญญา

• ใช้มูลค่าเงินสำเร็จ (Reduced Paid-Up Insurance)

หยุดชำระเบี้ย แต่ยังคงมีกรมธรรม์ต่อไป โดยทุนประกันจะลดลงตามมูลค่าที่สะสมไว้

ข้อดี

  • ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม
  • ยังมีความคุ้มครองจนสิ้นสุดสัญญา

• ใช้มูลค่าขยายระยะเวลา (Extended Term Insurance)

นำมูลค่าเงินสดมาใช้ซื้อความคุ้มครองเดิมต่อไปในช่วงเวลาที่กำหนด โดยไม่ต้องชำระเบี้ยเพิ่มเติม

ข้อดี

  • ยังได้รับทุนประกันเดิม
  • ไม่ต้องชำระเบี้ยเพิ่มในช่วงเวลาที่ขยาย

 


 

6. กู้เงินตามสิทธิกรมธรรม์ (Policy Loan)

หากกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดสะสม สามารถนำมาค้ำประกันเพื่อกู้เงินจากบริษัทประกันได้

ข้อดี

  • ไม่ต้องยกเลิกกรมธรรม์
  • ยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข
  • ดอกเบี้ยมักต่ำกว่าสินเชื่อบางประเภท

ข้อควรทราบ

  • มีดอกเบี้ยเงินกู้
  • หากไม่ชำระคืน เงินกู้และดอกเบี้ยอาจถูกหักจากผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

 

อย่ารีบยกเลิกกรมธรรม์ หากยังมีทางเลือก

หลายคนตัดสินใจเวนคืนกรมธรรม์ทันที เพราะคิดว่าไม่มีทางออก ทั้งที่จริงแล้วอาจมีวิธีที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมรักษาความคุ้มครองที่สำคัญไว้ได้

ก่อนตัดสินใจ ควรปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตหรือที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อวิเคราะห์ว่าทางเลือกใดเหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุด เพราะแต่ละกรมธรรม์มีเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ และมูลค่าที่แตกต่างกัน

การรักษากรมธรรม์ที่วางแผนไว้อาจเป็นการรักษาความมั่นคงทางการเงินของคุณและคนที่คุณรักในระยะยาว

 

ดูรายละเอียดที่นี่ได้เลยค่ะ

https://shorturl.at/EEseD

 

ขอคำปรึกษา