ทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่มากที่สุด แต่ต้องเป็นจำนวนเงินที่สามารถทดแทนรายได้ และดูแลครอบครัวได้ เมื่อเสาหลักของบ้านจากไป

ซื้อประกันชีวิตเท่าไร จึงเรียกว่า "พอ"

หลายคนมักถามว่า

"ควรซื้อประกันชีวิตกี่ล้านดี?" 

“ซื้อประกันชีวิตเท่าไรถึงพอ?” 

บางคนซื้อเพียงหลักแสน เพราะคิดว่าแค่มีประกันก็เพียงพอ ขณะที่บางคนซื้อหลายล้านบาทโดยไม่เคยคำนวณว่าจำเป็นจริงหรือไม่

ความจริงแล้ว...

ทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่มากที่สุด แต่ต้องเป็นจำนวนเงินที่สามารถทดแทนรายได้ และดูแลครอบครัวได้ เมื่อเสาหลักของบ้านจากไป

นักวางแผนการเงินจึงมีหลักในการคำนวณทุนประกันชีวิต ดังนี้

 


1. มีทุนประกันอย่างน้อย 10 เท่าของรายได้ต่อปี

นี่เป็นหลักการพื้นฐานที่ใช้กันทั่วโลก

ตัวอย่าง

รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน

รายได้ต่อปี = 600,000 บาท

ดังนั้น

ทุนประกันขั้นต่ำควรประมาณ

600,000 × 10

= 6 ล้านบาท

เหตุผลคือ

หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ครอบครัวยังสามารถนำเงินก้อนนี้ไปบริหารเพื่อทดแทนรายได้ในระยะยาว ช่วยให้คู่สมรสและบุตรยังคงดำเนินชีวิตต่อได้ ไม่ต้องรีบขายทรัพย์สินหรือก่อหนี้เพิ่มเติม

อีกทั้งการทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย ยังช่วยล็อกเบี้ยประกันไว้ในอัตราที่ต่ำกว่า และไม่ต้องกังวลว่าหากสุขภาพเปลี่ยนไปในอนาคต จะทำให้ซื้อประกันได้ยากขึ้นหรือมีค่าเบี้ยสูงขึ้น

 


2. มีทุนประกันอย่างน้อย 5 เท่าของรายได้ต่อปี เพื่อช่วยครอบครัวในช่วงปรับตัว

หากงบประมาณยังไม่มาก

หลักการอีกข้อหนึ่งคือ

มีทุนประกันไม่น้อยกว่า 5 เท่าของรายได้ต่อปี

เช่น

รายได้ปีละ 600,000 บาท

ทุนประกันควรมีอย่างน้อย

ประมาณ 3 ล้านบาท

เงินจำนวนนี้จะช่วยให้ครอบครัวมีเวลาในการปรับตัว

  • มีเงินใช้จ่ายประจำ
  • มีเงินสำหรับค่าเล่าเรียนของบุตร
  • มีเวลาหางานหรือสร้างรายได้ใหม่
  • ไม่ต้องเร่งขายบ้านหรือทรัพย์สิน

ประกันชีวิตจึงไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความมั่งคั่ง แต่เพื่อซื้อ "เวลา" ให้คนที่เรารักสามารถตั้งหลักได้

 


3. หากมีหนี้สิน ควรเพิ่มทุนประกันให้ครอบคลุมภาระทั้งหมด

หลายครอบครัวไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่ายประจำ แต่ยังมี

  • หนี้บ้าน
  • หนี้รถ
  • สินเชื่อธุรกิจ
  • หนี้ส่วนบุคคล

หากเสาหลักเสียชีวิต หนี้เหล่านี้จะยังคงอยู่

ดังนั้น หลักการที่เหมาะสมคือ

ทุนประกัน = 5 เท่าของรายได้ต่อปี + ภาระหนี้สินทั้งหมด

ตัวอย่าง

รายได้ต่อปี 600,000 บาท

ทุนประกันพื้นฐาน

3 ล้านบาท

หนี้บ้าน

2.5 ล้านบาท

ดังนั้นทุนประกันที่เหมาะสม

ประมาณ

5.5 ล้านบาท

เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ครอบครัวสามารถปิดภาระหนี้ และยังมีเงินเหลือสำหรับดำรงชีวิตต่อไป

 


4. ค่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ต่อปี

แม้จะต้องการทุนประกันสูง

แต่การวางแผนที่ดีต้องไม่ทำให้การเงินในปัจจุบันตึงเกินไป

โดยทั่วไป

นักวางแผนการเงินแนะนำว่า

ค่าเบี้ยประกันทั้งหมดควรอยู่ประมาณ

ไม่เกิน 10% ของรายได้ต่อปี

ตัวอย่าง

รายได้ปีละ 600,000 บาท

งบประมาณสำหรับค่าเบี้ยประกัน

ประมาณ

60,000 บาทต่อปี

ภายในงบประมาณนี้ สามารถออกแบบให้ครอบคลุมทั้ง

  • ประกันชีวิต
  • ประกันสุขภาพ
  • ประกันโรคร้ายแรง
  • ประกันอุบัติเหตุ

เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด

 


5. คำนึงถึงมูลค่าเงินเฟ้อ

เงิน 5 ล้านบาทในวันนี้

อีก 20 ปีข้างหน้า อาจมีมูลค่าซื้อของได้น้อยลงมาก

หากเงินเฟ้อเฉลี่ยเพียง 3% ต่อปี

กำลังซื้อของเงินจะลดลงเรื่อย ๆ

ดังนั้น หากต้องการให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกับปัจจุบัน ควรวางแผนทุนประกันให้สอดคล้องกับผลกระทบของเงินเฟ้อ และทบทวนแผนประกันเป็นระยะเมื่อรายได้หรือภาระทางการเงินเปลี่ยนแปลง

 


6. เปลี่ยนเงินก้อนให้กลายเป็นรายได้ระยะยาว

ประกันชีวิตไม่ควรเป็นเพียง "เงินก้อน"

แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ให้ครอบครัว

เงินสินไหมสามารถนำไป

  • ลงทุนในกองทุนรวม
  • ลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด
  • ใช้เป็นเงินทุนทำธุรกิจ
  • สร้างรายได้ทดแทนรายได้ของผู้จากไป

เมื่อวางแผนอย่างเหมาะสม เงินก้อนจากประกันชีวิตจะไม่ใช่เพียงเงินชดเชย แต่จะเป็น "ทุน" ที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับคนที่คุณรักในระยะยาว

คำว่า "พอ" ของทุนประกันชีวิต ไม่ได้หมายถึงการมีกรมธรรม์เพียงฉบับหนึ่ง แต่หมายถึงการมีเงินเพียงพอที่จะทำให้ครอบครัวยังคงใช้ชีวิตต่อได้ แม้รายได้ของเสาหลักจะหยุดลง

 

 

ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 30 ปี 

สิ้นปีที่  

เบี้ยประกัน 

ความคุ้มครอง 

มูลค่าเวนคืน 

        1

          21,320

              1,000,000

                          -  

        2

          21,320

              1,000,000

7,000

        3

          21,320

              1,000,000

21,000

        4

          21,320

              1,000,000

37,000

        5

          21,320

              1,000,000

53,000

        6

          21,320

              1,000,000

71,000

        7

          21,320

              1,000,000

91,000

        8

          21,320

              1,000,000

108,000

        9

          21,320

              1,000,000

126,000

      10

          21,320

              1,000,000

144,000

      11

          21,320

              1,000,000

163,000

      12

          21,320

              1,000,000

182,000

      13

          21,320

              1,000,000

202,000

      14

          21,320

              1,000,000

223,000

      15

          21,320

              1,000,000

244,000

      16

          21,320

              1,000,000

266,000

      17

          21,320

              1,000,000

289,000

      18

          21,320

              1,000,000

313,000

      19

          21,320

              1,000,000

337,000

      20

          21,320

              1,000,000

362,000

      21

 

              1,000,000

373,000

      22

 

              1,000,000

385,000

      23

 

              1,000,000

397,000

      24

 

              1,000,000

409,000

      25

 

              1,000,000

421,000

      26

 

              1,000,000

434,000

      27

 

              1,000,000

447,000

      28

 

              1,000,000

460,000

      29

 

              1,000,000

474,000

      30

 

              1,000,000

488,000

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่