งานที่ส่งต่อคุณค่าให้กับทุกๆชีวิต เสียงสะท้อนจากการทบทวนกรมธรรม์ให้กับลูกค้าของเรา

“พี่คะ…น้องมีประกันอยู่หลายฉบับแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าที่มีอยู่ ยังพอกับชีวิตตอนนี้หรือเปล่า”

บทสนทนาระหว่าง “พี่” กับ “น้อง” ในวันที่เรากลับมาทบทวนแผนประกันกันอีกครั้ง

“พี่คะ…วันนี้น้องอยากให้พี่ช่วยดูประกันให้น้องหน่อยค่ะ”

“ได้เลยค่ะ แล้วน้องอยากให้พี่ช่วยดูเรื่องไหนเป็นพิเศษคะ?”

“น้องมีประกันอยู่หลายฉบับแล้วนะคะ
แต่บางฉบับทำมานานมากแล้ว บางฉบับก็จำไม่ได้แล้วว่าคุ้มครองอะไรบ้าง”

น้องหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ

“น้องเลยไม่แน่ใจว่า…สิ่งที่น้องมีอยู่ตอนนี้ ยังเหมาะกับชีวิตน้องหรือเปล่า”

พี่ยิ้มแล้วตอบว่า

“ดีแล้วค่ะที่น้องถาม เพราะจริง ๆ วันนี้พี่ไม่อยากเริ่มจากการดูว่า ‘จะซื้ออะไรเพิ่ม’ เลย”

“อ้าว…แล้วเราจะเริ่มจากอะไรคะ?”

“เริ่มจากสิ่งที่น้องมีอยู่ก่อนค่ะ
เรามาทบทวนกันว่า วันนี้น้องมีอะไรอยู่แล้ว และแต่ละอย่างกำลังทำหน้าที่อะไรให้ชีวิตน้อง”


“งั้นพี่ช่วยน้องดูตั้งแต่ต้นเลยนะคะ”

พี่หยิบกรมธรรม์ที่น้องมีทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะ

มีทั้งประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันอุบัติเหตุ
ประกันสะสมทรัพย์
รวมถึงสวัสดิการจากที่ทำงาน

น้องมองเอกสารทั้งหมดแล้วหัวเราะเบา ๆ

“โห…พี่คะ น้องมีเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”

พี่หัวเราะ

“เห็นไหมคะ บางทีเรามีประกันหลายฉบับ แต่เราไม่เคยเอามาวางดูพร้อมกันเลย”

“จริงค่ะ น้องซื้อคนละช่วงกันเลย”

“นั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราไม่ได้มาดูว่า ‘มีเยอะหรือมีน้อย’
แต่เราจะดูว่า สิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดนั้น เหมาะกับชีวิตของน้องในวันนี้หรือยัง”


1. วันนี้น้องมีอะไรอยู่แล้ว?

พี่เริ่มไล่ดูทีละกรมธรรม์

“ฉบับนี้ทำไว้เมื่อไหร่คะ?”

“ประมาณ 8 ปีแล้วค่ะ”

“ตอนนั้นน้องอายุเท่าไหร่?”

“30 ค่ะ”

“ตอนนั้นแต่งงานหรือยังคะ?”

“ยังเลยค่ะ”

“มีลูกหรือยัง?”

“ยังค่ะ”

พี่ยิ้มแล้วถามต่อ

“แล้ววันนี้ล่ะคะ?”

น้องหัวเราะ

“ตอนนี้มีครอบครัวแล้วค่ะ มีลูก 2 คน มีบ้าน แล้วก็มีภาระเพิ่มขึ้นเยอะเลย”

พี่จึงพูดว่า

“เห็นไหมคะน้อง…กรมธรรม์อาจเป็นฉบับเดิม
แต่ชีวิตของน้องเปลี่ยนไปมากแล้ว”


2. สิ่งที่น้องมี ตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบันหรือยัง?

พี่จึงชวนดูต่อ

“ตอนที่น้องทำประกันเมื่อ 8 ปีก่อน น้องมีความรับผิดชอบประมาณหนึ่ง
แต่วันนี้น้องมีครอบครัว มีลูก มีบ้าน และมีรายได้ที่เปลี่ยนไป”

“ค่ะ”

“เพราะฉะนั้น เราต้องถามใหม่ว่า
ความคุ้มครองที่น้องมีอยู่วันนี้ ยังเพียงพอกับความรับผิดชอบของน้องหรือเปล่า”

น้องเงียบไปครู่หนึ่ง

“พี่คะ…น้องไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยค่ะ น้องคิดแค่ว่ามีประกันแล้วก็โอเค”

พี่ยิ้ม

“หลายคนก็คิดแบบนั้นค่ะ
แต่ประกันที่ดีไม่ใช่แค่ ‘มี’ นะคะ
ต้องดูด้วยว่า ‘มีพอดีกับสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบหรือยัง’”


3. มีอะไรที่ขาด เกิน หรือซ้ำ?

พี่เปิดตารางสรุปให้ดู

“ตรงนี้พี่อยากให้น้องลองดู 3 คำนี้ค่ะ”

ขาด

“หมายถึงยังมีความเสี่ยงบางเรื่องที่เราไม่ได้เตรียมไว้เพียงพอ”

เช่น
มีประกันชีวิต แต่ความคุ้มครองสุขภาพยังไม่เพียงพอ
หรือมีเงินออม แต่ยังไม่มีแผนรองรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หากเกิดเจ็บป่วย

เกิน

“บางส่วนอาจมีความคุ้มครองมากกว่าความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในปัจจุบัน”

ซ้ำ

“บางครั้งเรามีหลายกรมธรรม์ที่ซื้อคนละเวลา แต่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน”

น้องถามว่า

“ถ้ามีซ้ำกัน แปลว่าต้องยกเลิกไหมคะ?”

พี่ตอบทันที

“ไม่จำเป็นค่ะ เราไม่รีบยกเลิกอะไรทั้งนั้น
เราต้องดูรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละฉบับก่อน
แล้วค่อยตัดสินใจว่าอะไรควรเก็บ อะไรควรปรับ”


4. ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ครอบครัวจะเป็นอย่างไร?

พี่ถามน้องอย่างใจเย็น

“พี่ขอถามคำถามที่อาจดูจริงจังนิดหนึ่งนะคะ
ถ้าวันหนึ่งน้องไม่สามารถทำงานและหารายได้ได้เหมือนเดิม
ครอบครัวน้องจะอยู่ได้กี่ปีคะ?”

น้องนิ่งไป

“พี่คะ…น้องไม่เคยคำนวณเลยค่ะ”

“ถ้าไม่มีรายได้ของน้อง
ค่าบ้านยังต้องจ่ายไหมคะ?”

“ต้องจ่ายค่ะ”

“ค่าใช้จ่ายของลูกล่ะคะ?”

“ก็ยังมีเหมือนเดิมค่ะ”

“แล้วค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน?”

“ก็ยังต้องใช้ค่ะ”

พี่จึงพูดว่า

“นี่แหละค่ะที่พี่อยากให้น้องเห็น
เราไม่ได้ทำประกันเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่เราวางแผนไว้ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ
คนที่เรารักไม่ควรต้องมารับภาระแทนเรา”

น้องพยักหน้าเบา ๆ

“พี่พูดแบบนี้ น้องเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมต้องทบทวน”


5. ถ้าต้องปรับแผน ควรปรับตรงไหนก่อน?

น้องถามว่า

“แล้วแบบนี้ น้องต้องซื้อเพิ่มเยอะไหมคะ?”

พี่ยิ้ม

“ยังไม่ต้องรีบซื้อค่ะ”

“จริงเหรอคะ?”

“จริงค่ะ เพราะเป้าหมายของการรีวิวไม่ใช่การทำให้น้องมีประกันมากที่สุด”

พี่ชี้ไปที่ตาราง

“เราจะเรียงลำดับกันก่อนว่าอะไรสำคัญที่สุด”

สิ่งที่เพียงพอแล้ว → ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม

สิ่งที่มีช่องว่าง → ดูว่าควรเติมตรงไหน

สิ่งที่ซ้ำหรือไม่เหมาะสม → นำมาทบทวน

เป้าหมายในอนาคต → ดูว่าต้องเตรียมเงินไว้อย่างไร

และที่สำคัญที่สุด

“แผนที่ดีต้องเป็นแผนที่น้องจ่ายไหว และดูแลต่อเนื่องได้ค่ะ”


“พี่คะ…วันนี้น้องเข้าใจคำว่ารีวิวประกันมากขึ้นแล้ว”

น้องมองเอกสารทั้งหมดอีกครั้งแล้วพูดว่า

“เมื่อก่อนน้องคิดว่ารีวิวประกันคือพี่จะมาขายประกันเพิ่ม”

พี่หัวเราะ

“ถ้าพี่คิดแบบนั้น วันนี้พี่คงถามน้องตั้งแต่แรกแล้วว่า ‘น้องจะเพิ่มงบอีกเท่าไหร่ดีคะ?’”

เราสองคนหัวเราะ

แล้วพี่จึงพูดต่อว่า

“แต่พี่อยากให้เราเริ่มจากสิ่งที่น้องมีอยู่ก่อน
เพราะเงินที่น้องเคยจ่ายไปแล้ว ควรได้รับการดูแลให้ทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด”


ก่อนกลับ น้องถามอีกหนึ่งคำถาม

“พี่คะ แล้วน้องควรกลับมารีวิวอีกเมื่อไหร่?”

พี่ตอบว่า

“ไม่ต้องรอให้ถึงวันหมดอายุกรมธรรม์ค่ะ
ถ้าชีวิตน้องเปลี่ยน ก็ควรกลับมาดู”

แต่งงาน
มีลูก
ซื้อบ้าน
มีหนี้เพิ่ม
รายได้เพิ่มหรือลด
เปลี่ยนอาชีพ
เริ่มทำธุรกิจ
เริ่มลงทุน
หรือเริ่มวางแผนเกษียณ

ทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน
แผนการเงินก็ควรได้รับการทบทวน


เพราะการรีวิวที่ดี ไม่ได้จบด้วยคำว่า “ซื้อเพิ่ม”

แต่ควรจบด้วยคำว่า

“ตอนนี้เราเห็นภาพของตัวเองชัดขึ้นแล้ว
และรู้แล้วว่าควรทำอะไรต่อไป”

นี่คือสิ่งที่พี่อยากให้เกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับลูกค้า

ไม่ใช่แค่การดูแลกรมธรรม์
แต่คือการกลับมาดูแล “แผนชีวิต” ของน้องไปพร้อมกัน

Savingplandee

เพราะชีวิตเปลี่ยน แผนก็ควรเปลี่ยนให้ทันชีวิต

อยากรู้ไหมว่า กรมธรรม์ที่น้องมีอยู่วันนี้ ยังเหมาะกับชีวิตของน้องหรือไม่?
ลองเริ่มต้นด้วยการทบทวนสิ่งที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าควรทำอะไรต่อไป